แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ botulinum toxin แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ botulinum toxin แสดงบทความทั้งหมด

1/28/2555

Botox Effect ผลกระทบจากการฉีด โบท็อกซ์


ผลกระทบจากการฉีด โบท็อกซ์


ในสหรัฐอเมริกา มีการฉีดโบท็อกซ์เป็นจำนวนมาก จึงได้มีการรวบรวมสถิติ และพบว่าการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซินไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย ถึง ปานกลาง และมักหายไปใน 1-2 สัปดาห์
และผลข้างเคียงต่างๆ ที่ตามมาหลังจากการฉีด ได้แก่
  • อาจมีอาการปวดศีรษะ หรือ รู้สึกเจ็บๆ คันๆ บางคนอาจมีรอยช้ำ เกิดจาก เข็มฉีดยาแทงทะลุหลอดเลือดแตก ส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดบริเวณหางตา
  • เกิดอาการคิ้วหรือหนังตาตก ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ฤทธิ์ของโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botox), จากเทคนิคการฉีด หรือ จากการที่สารนี้ ไหลไปยังบริเวณกล้ามเนื้อที่ ควบคุมการหดตัวของเปลือกตา
  • อาการปวดบวมบริเวณที่ฉีด
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉพาะที่
lady from favlens.com ที่สำคัญหลังการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน ไม่ควรบีบนวดบริเวณที่ฉีดยา และไม่ควรนอนภายใน 3 ชั่วโมงหลังฉีด เพราะอาจทำให้ยาไหลไปกล้ามเนื้อมัดอื่น
ค่าใช้จ่ายการฉีดโบท็อกซ์ นั้น ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณของสารที่ใช้, สถานพยาบาล และ ประสบการณ์ของแพทย์
อย่างที่ได้กล่าวแต่ต้นว่า โบท็อกซ์ไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่ ก็มีข้อห้ามสำหรับผู้ป่วยที่มีความผิดปกติ หรือ ใช้ยาที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ที่ควบคุมกล้ามเนื้อ แม้ว่าในหญิงมีครรภ์ หรือ ที่กำลังให้นมบุตร ไม่เคยมีรายการว่าเกิดอันตราย แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยง การรักษาด้วยวิธีนี้
การใช้ โบทูลินั่ม ท็อกซิน จัดว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดี และปลอดภัย หากทำด้วยแพทย์ที่มีความชำนาญ ไม่ว่าเพื่อการรักษาโรค หรือ หรือฉีดเพื่อเสริมความงาม และใช้รักษาในผู้ที่ไม่มีข้อห้ามการใช้ และผู้ที่ได้รับการรักษานั้น ก็สามารถดูแลและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้อง
Continue reading...

1/16/2555

ป้องกันภาวะอาหารเป็นพิษ-Preventing bacterial food poisoning


การป้องกันการบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อนจากแบคทีเรีย (Preventing bacterial food poisoning)


เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษและพบบ่อย คือ อี.โคไล, ซัลโมเนลลา, พาราฮีโมไลติคัส, ซัลโมเนลลา, วิบริโอ และ แคมไพโลแบคเตอร์ ซึ่งเชื้อเหล่านี้ มีโอกาสปนเปื้อนเข้าสูอาหาร ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การปลูก ผู้เตรียมอาหาร และผู้ปรุงอาหาร จนสุดท้ายคือผู้บริโภค


แต่ละปี มีผู้ติดเชื้อจากอาหารเป็นพิษนับแสนๆ ราย ส่วนใหญ่ มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และปวดศีรษะ จนถึงขั้นรุนแรง คือ ไตวาย หรือ ติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งสองกรณีหลังทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

ปลาทอด
ทุกวันนี้ มีเชื้อโรคนานาชนิด มากมายที่อยู่รอบๆ ตัวเรา และพร้อมจะมาเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ ในอาหารที่เราบริโภคอยู่ทุกวัน พิษจากอาหารเป็นสิ่งที่ เราๆ มักคาดไม่ถึง และอาจไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะป้องกัน หรือ หลีกเลี่ยง ซึ่งหากเรารู้และเข้าใจวิธีป้องกัน เราก็สามารถปลอดภัยจาก แขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ได้

ในเนื้อสัตว์

เช่น หมู,เนื้อ,ไก่ อาจพบการปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มซัลโมเนลลา (Salmonella) และ อี.โคไล (Escherichia coli)  ซึ่งเกิดจากขั้นตอน การฆ่า ชำแหละ แปรรูป การขนส่ง และ การปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ผู้ที่บริโภคอาจได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย
หากในอาหารมีการปนเปื้อนของ เชื้อบาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) ถึงหนึ่งแสนเซลล์ ต่ออาหารหนึ่งกรัม ก็จะแสดงอาการที่รุนแรงและรวดเร็วต่อผู้บริโภคได้
เชื้อคลอสทริเดียม เพอร์ฟรินเจนส์ (Clostridium perfringens) มีคุณสมบัติทนความร้อนในอุณหภูมิสูงๆ และ สำแดงอาการได้ภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ที่ติดเชื้อ มักมีอาการเป็นตะคริวที่ท้อง และ ถ่ายเหลว
เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) และ สแตฟฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus) มักพบในอาหารที่ปรุงไม่สุก
เชื้ออี.โคไล (Escherichia coli) ในแหล่งผลิตและการปรุงที่ไม่ถูกสุขอนามัย
ส่วนเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) มาจากมูลสัตว์ ที่ติดตัวไก่มาในขณะชำแหละ

อาหารทะเล

หากกล่าวถึงการติดเชื้อเพราะอาหารเป็นพิษ มักเกิดกับการบริโภคอาหารทะเลเป็นส่วนใหญ่ เพราะ กุ้ง,ปู,หอย มักอาศัยอยู่ตามชายฝั่งซึ่งเป็นแหล่งที่มลพิษและเชื้อโรคจากน้ำเสียไหลไปสะสม และ การบริโภคหอยนางรมสดๆ ทำให้ผู้บริโภคติดเชื้อมากที่สุดเมื่อเทียบกับอาหารทะเลอื่นๆ
somtum-thai salad
เชื้อที่พบได้บ่อยและพบได้ในอาหารทะเลทุกประเภท คือ วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) เป็นแบคทีเรียที่สามารถอยู่ในน้ำเค็มได้ และ จะทำอันตรายต่อร่างกายเมื่อได้รับเชื้อมากกว่า หนึ่งแสนเซลล์ต่ออาหารหนึ่งกรัม

อาหารหมักดอง

ผักและหน่อไม้ดอง น้ำจากการดองจะมีภาวะเป็นกรด และอากาศน้อย จึงมักพบแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) ซึ่งปกติอยู่ในดิน และปนเปื้อนในอาหารจากสุขลักษณะที่ไม่ดีพอ
อาการที่เกิดจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum) ทำให้มีอาการอาเจียน ปวดท้อง และหายใจขัด ในรายที่รุนแรง มักมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง แขนขาอ่อนแรง และอาจลุกลามไปถึงกล้ามเนื้อในระบบหายใจ ส่งผลให้การหายใจล้มเหลว แบคทีเรียชนิดนี้ จัดเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีพิษรุนแรง จนสามารถพัฒนาเป็นอาวุธชีวภาพได้

ไข่

อาหารหลักอีกชนิดหนึ่ง ได้มีการพบเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่เปลือกไข่ และเหตุที่เปลือกไข่มีความพรุน จึงมีโอกาสที่เชื้อซัลโมเนลลา Salmonella สามารถผ่านเข้าไปในไข่ขาวและไข่แดงได้

ข้าวที่หุงสุก

ข้าวที่หุงสุกแล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกินกว่า 6 ชั่วโมง แบคทีเรีย บาซิลลัส (ซีเรียส Bacillus cereus) ซึ่งเป็นเชื้อที่คายสปอร์เป็นพิษ และสามารถทนต่อความร่อนสูง จะเพิ่มจำนวนสปอร์ขึ้นอย่างรวดเร็ว พิษของ บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus) ทำให้ปวดเสียดท้อง คลื่นไส้ และท้องร่วง

ผักสด

การบริโภคผักสดมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ ว่าผักสดได้ผ่านการล้างและทำความสะอาดมาเพียงพอหรือไม่ เพราะโอกาสมีเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) หรืออี.โคไล (Escherichia coli) จากปุ๋ยในดิน และ ภาชนะที่ปนเปื้อน หรือการปนเปื้อนจากขั้นตอนการจัดเตรียม

ผลไม้

มักมีการปนเปื้อนที่บริเวณเปลือกนอก จากการเก็บเกี่ยวและขนส่ง ซึ่งมักพบเชื้อกลุ่มโคลิฟอร์ม (Coliform) จากสุขลักษณะที่ไม่ดีพอ
Continue reading...

อาหารเป็นพิษ Bateria and Food poisoning


แบคทีเรียตัวการของอาหารเป็นพิษ
Bacteria-a common cause of food poisoning.

การเกิดอาหารเป็นพิษ มีสาเหตุจากเชื้อโรค หลายชนิดและแต่ละชนิด ก็มีอาการใกล้เคียง กันมาก จนอาจแยกไม่ออก วิธีที่ดีที่สุด ควรรีบพบแพทย์เมื่อ เกิดอาการอาหารเป็นพิษ

เมื่อร่างกายได้รับแบคทีเรีย จะสำแดงอาการ ตามฤทธิ์ของแบคทีเรียนั้นๆ

และเชื้อที่เป็นต้นเหตุ ให้เกิดอาหารเป็นพิษ ที่พบได้บ่อย ได้แก่

  1. แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)

    พบในเนื้อสัตว์ ที่ปรุงไม่สุก นมสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ น้ำดื่มที่ไม่สะอาด อาการติดเชื้อที่แสดงคือ มีไข้, ปวดท้อง, อาเจียน, ท้องเสีย แต่มีน้อยรายมาก ที่พบ อาการรุนแรงมากจนระบบประสาทอักเสบ และกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต
    Salmonella bacteria

  2. ซัลโมเนลลา (salmonella)

    - พบในเนื้อสัตว์ปีก และเนื้อดิบ นมสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ผลไม้สด ผักสด ไข่ดิบ อาการติดเชื้อที่แสดงคือ ท้องเสีย, ปวดเกร็งท้อง, อาเจียน, มีไข้ แต่บางรายอาจมีอาการข้ออักเสบ ซึ่งพบไม่มากนัก

  3. อี.โคไล (Escherichia coli O157:H7)

    - เติบโตได้ง่ายในเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก ผักและผลไม้ที่ไม่ได้ล้าง นมสดที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาการติดเชื้อที่แสดงคือ ปวดเกร็งท้อง, มีไข้, อาเจียน และอาจรุนแรงจนถึงเกิดภาวะไตวาย โดยเฉพาะหากเกิดการติดเชื้อในเด็ก

  4. สแตฟฟิโลค็อกคัส (Staphylococcus)

    ออกฤทธิ์ได้เร็วและรุนแรง เพียงไม่ถึง 1 ไมโครกรัม ของการได้รับเชื้อ สแตฟฟิโลค็อกคัส ก็จะสำแดงอาการ มักพบในอาหาร ซึ่งเกิดจากขั้นตอน การฆ่า ชำแหละ แปรรูป การขนส่ง และ การปรุงแบบกึ่งสุกกึ่งดิบและนำมาปรุงไม่สุก อาการติดเชื้อที่แสดงคือ คลื่นไส้, อาเจียน, วิงเวียน, ตะคริวที่ท้อง ในรายที่รุนแรงจะมีอาการอื่นแทรก ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง จนถึงชีพจรเต้นผิดปกติ
    sausage

  5. วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus)

    สามารถอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม พบในอาหารทะเลกลุ่มที่มีเปลือก เช่น กุ้ง หอย ปู อาการติดเชื้อที่แสดงคือ ถ่ายเหลว, อาเจียน, มีไข้ ผลของเชื้อในระยะยาว ทำให้ข้ออักเสบ

  6. คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium Botulinum)

    พบในอาหารกระป๋อง หน่อไม้ปี๊บ อาหารดองต่างๆ เพราะ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม สามารถอาศัยได้ในที่ขาดอากาศ จัดเป็นแบคทีเรียที่มีพิษรุนแรง อาการติดเชื้อที่แสดงคือ อาเจียน, หายใจขัด ฤทธิ์ ของคลอสตริเดียม โบทูลินั่ม จะทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต ดังนั้น ในรายที่มีอาการรุนแรง พิษจะเข้าไปทำลายระบบประสาท กล้ามเนื้อ ระบบหายใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะ การหายใจล้มเหลว

เรื่องของอาหารเป็นพิษ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมองข้ามได้เลย หากเรารู้และเข้าใจว่า สาเหตุอะไรบ้าง ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ เพื่อที่เราจะสามารถหลีกเลี่ยง และป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะอาหารเป็นพิษ กับตัวเราและครอบครัว

Continue reading...

1/12/2555

Botox : โบท็อกซ์เพื่อหน้าเรียว


โบท็อกซ์ ทำให้หน้าเรียว


หรือชื่อทางการค้า "โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ" Botulinum Toxin A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งสร้างจากแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม Clostridium botulinum

beautiful face






เชื่อหรือไม่ว่า
คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม Clostridium botulinum
เป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ หากได้รับเชื้อในปริมาณมากๆ จากอาหารที่ปนเปื้อน

และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อันเนื่องมาจากกล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน ส่งผลให้ผู้ป่วยหยุดหายใจ หรือ เรียกได้ว่า Botulinum Toxin มีฤทธิ์เป็นสารพิษ แค่เห็นคำว่า ท็อกซิน Toxin ก็น่าจะเดาได้ว่าเป็นพิษแน่

แต่หากเราศึกษาย้อนไปในอดีตมีการใช้เชื้อโรคที่ทำให้อ่อนกำลังลง หรือ ใช้สารเคมี ที่มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์ของร่างกาย ให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ มากมายเลย เช่น การปลูกฝี การฉีดวัคซีน BCG เพื่อป้องกันวัณโรค หรือ การใช้เคมีบำบัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
แต่เดิมทางการแพทย์ ใช้ Botulinum Toxin ในการรักษาภาวะผิดปกติที่เกิดจาก กล้ามเนื้อทำงานมากเกินไป เช่น อาการตาเหล่ ตาเข หนังตากระตุก หรือ คงเอียงจากกล้ามเนื้อหด เกร็งตัว และด้วยความบังเอิญ จากการฉีดรักษาที่บริเวณรอบดวงตา ทำให้แพทย์สังเกตพบว่าริ้วรอยบริเวณ ใบหน้า หน้าผาก หว่างคิ้ว รอบดวงตาดีขึ้น


Botox

ดังนั้น ต่อมาได้มีการใช้ โบทูลินั่ม ท็อกซิน ให้เกิดประโยชน์ในด้านความสวยงาม โดยการฉีดเพื่อยกกระชับผิวหนัง และทำให้ใบหน้าให้เรียวลง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ และตลอดจนรักษาอาการปวดศรีษะแบบไมเกรน ฯลฯ
การออกฤทธิ์ ของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน หรือ โบท็อกซ์ โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาท ผลคือกล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ หรือเกิดการอัมพาตของกล้ามเนื้อ โดยจะเกิดผลเฉพาะกล้ามเนื้อมัดที่ได้รับการฉีด ซึ่งออกฤทธิ์ ภายใน 2-3 วัน เห็นผลสูงสุด 1-2 สัปดาห์ และมีฤทธิ์อยู่ได้นาน 3-4 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ หดตัว กลับมาเหมือนเดิม

เพราะฤทธิ์ที่ไม่ถาวร นี่เอง ทำให้ผู้ที่ใช้ โบท็อกซ์ ต้องได้รับการรักษาซ้ำ หากต้องการคงสภาพ

credit : ศ นพ. วรพงษ์ มนัสเกียรติ ศูนย์เลเซอร์และศัลยกรรมผิวหนัง
Continue reading...
 

To live healthy Copyright © 2009 Cosmetic Girl Designed by Ipietoon | In Collaboration with FIFA
Girl Illustration Copyrighted to Dapino Colada