แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคลเซียม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคลเซียม แสดงบทความทั้งหมด

6/11/2555

Calcium Benefit แคลเซียมนั้นสำคัญไฉน


sponsored

Calcium Benefit แคลเซียม มีความสำคัญอย่างไร?

แร่ธาตุพื้นฐาน ที่มีความสำคัญต่อร่างกายมากๆ ชนิดหนึ่งคือ "แคลเซียม" ซึ่งเราสามารถพบมากในอาหารจำพวกปลา กุ้งแห้ง นม หรือในเต้าหู้เนื้อแข็ง
Milk แคลเซียมมีมากในนม
โดยทั่วไป ในร่างกายของคนเรา มีแคลเซียม สะสมอยู่ในกระดูกมากถึง 99%

หน้าที่หลักของแคลเซียมคือ ช่วยลดการเกิดโรคกระดูกพรุน, ลดการแตกหักของกระดูกสะโพกที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับผู้หญิง และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม โรคความดัน และอาการผิดปกติต่างๆ ก่อนการมีประจำเดือนด้วย

เรียกได้ว่า แคลเซียมมีความบทบาทสำคัญ ต่อหัวใจ ประสาท กล้ามเนื้อ และอวัยะอื่นๆ ให้ทำงานได้ปกติ

แต่เพราะว่าในกระดูกคนเรามีเซลล์ชนิดหนึ่ง เรียก "osteoclasts" ที่ทำหน้าที่สลายสารแคลเซียม เพื่อส่งแคลเซียมเข้าสู่กระแสเลือด

และถ้าร่างกายเราไม่ได้รับแคลเซียมชดเชยในปริมาณที่เพียงพอในแต่วัย อาจทำให้เกิดอาการขาดแคลเซียมได้ ซึ่งถ้าหากเป็นเด็ก สามารถชดเชยแคลเซียมที่สูญเสียไป ด้วยการรับประทานแคลเซียมเพิ่มเติม แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ และโดยเฉพาะผู้หญิงวัยทองหรือ วัยหมดประจำเดือน การสูญเสียแคลเซียม อาจเลยเถิดจนเป็นสภาพที่ถาวรและรุนแรงจนเกิดโรคกระดูกพรุนได้
นอกจากนี้ แคลเซียมที่ถูกสลายออกมา และร่างกายไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้ทั้งหมด ก็เกิดการสะสมเป็นหินปูน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และอาการชัก

Vegetable

ความต้องการแคลเซียมเพื่อชดเชยการสูญเสียในแต่ละวันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ และภาวะของร่างกาย

ช่วงอายุปริมาณแคลเซี่ยมที่ควรได้รับต่อวัน
เด็กแรกเกิด ถึง 6 เดือน
210  มิลลิกรัม
6 เดือน - 1 ปี
270  มิลลิกรัม
1 - 3 ปี
700  มิลลิกรัม
4 - 8 ปี
1000  มิลลิกรัม
9 - 18 ปี
1300  มิลลิกรัม
19 - 50 ปี
1000  มิลลิกรัม
51 - 70 ปี
1200  มิลลิกรัม
มากกว่า 70 ปี
1200  มิลลิกรัม
หญิงมีครรภ์,หญิงให้นมบุตร
1300  มิลลิกรัม
วัยหมดประจำเดือน
1000 - 1500 มิลลิกรัม


ขอบคุณแหล่งข้อมูล:
พบหมอศิริราช - รศ.นพ.สารเนตร ไวคกุล
vatchinan2.blogspot.com - นพ.มานิตย์ วัชร์ชัยนันท์

Continue reading...

5/20/2554

Dietary Supplement - แคลฟิลด์ Calphyll (Milk Calcium and Chlorophyl)


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แคลฟิลล์ Calphyll


ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมิลค์แคลเซียม(Milk Calcium) โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟีลลิน (Sodium Copper Chlorophylin) และ แร่ธาตุ (Nutrients)

แคลฟิลด์ Calphyll (Milk Calcium and Chlorophyl)

โดยปกติ กระดูกจะมีทั้งการสร้างและการสลาย เมื่อเราอายุมากขึ้นการสลาย การสึกกร่อนของกระดูกจะมีมากกว่า โดยเฉพาะในคนที่ขาดแคลเซี่ยม (calcium)

อาหารเสริมจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยเสริมสร้าง ความแข็งแรงให้กระดูก เราสามารถบำรุงได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว เพื่อสะสมความหนาแน่นของกระดูก และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน เมื่อมีอายุสูงขึ้น

หน้าที่หลักของแคลเซี่ยม คือการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง และแคลเซี่ยมยังมีหน้าที่สำคัญในการทำงานของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายอีกด้วย ได้แก่ ช่วยการแข็งตัวของเลือด เกี่ยวข้องกับ การทำงานของกล้ามเนื้อ และเส้นประสาท ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจเป็นปกติ ช่วยให้การส่งสัญญาณประสาทมีความถูกต้อง ช่วยรักษาความสมดุลของกรดและด่าง ในเลือด และรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่

คุณได้รับแคลเซี่ยมจากอาหารที่เรารับประทาน ในแต่ละวันเพียงพอหรือไม่ หากยังไม่เพียงพอ อาหารเสริม แคลฟิลล์ คือคำตอบ และที่พิเศษกว่า อาหารเสริมแคลเซี่ยมทั่วไปก็คือ อาหารเสริมแคลฟิลล์

ยังมีส่วนประกอบเพิ่มเติม คลอโรฟิล (ChlorophyI) ซึ่งเป็นสารประกอบที่พบได้ในส่วนสีเขียวของใบพืช ซึ่งช่วยขบวนการสังเคราะห์แสงของพืช จากการวิจัยพบว่า โครงสร้างของคลอโรฟิล (Chlorophyl) มีลักษณะ เหมือนกับเม็ดเลือดแดงของมนุษย์ ในคลอโรฟิล

มีแร่ธาตุธรรมชาติมากมายประกอบไปด้วยสาร ต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน โปรตีน และสารอาหารต่างๆ ที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยปรับความเป็นกรดเป็นด่างในร่างกายของเรา   และ มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น

-เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ช่วยลดการดูดซึมของสารก่อมะเร็ง
-ช่วยทำให้แผลหายเร็ว
-ช่วยยับยั้งการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
-ช่วยกำจัดกลิ่นจากอวัยวะภายในร่างกาย
-ช่วยลดปัญหาท้องผูก

ร่างกายต้องการแคลเซียม เพื่อชดเชยการสูญเสียในแต่ละวัน ประมาณ 270 - 1000มิลลิกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ และภาวะของร่างกาย

ปริมาณแคลเซียมที่ควรได้รับต่อวันในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้
1. เด็กเล็กช่วงอายุ 6-11 เดือน ควรได้รับแคลเซี่ยม 270 มิลลิกรัม/วัน
2. เด็กช่วงอายุ 1-3 ขวบ ควรได้รับแคลเซี่ยม 500 มิลลิกรัม/วัน
3. เด็กช่วงอายุ 4-8 ขวบ ควร ควรได้รับแคลเซี่ยม 800 มิลลิกรัม/วัน
4. เด็กวัยรุ่น เป็นช่วงที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ช่วงอายุ 9-18ปี มีความต้องการแคลเซียมเพิ่มขึ้นเป็น 1200 มิลลิกรัม/วัน
5. ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 50 ปี ควรได้รับแคลเซี่ยม 1000 มิลลิกรัม/วัน, หญิงมีครรภ์, หญิงที่ให้นมบุตร เท่ากับช่วงวัยรุ่น คือ 1200 มิลลิกรัม/วัน, วัยหมดประจำเดือน 1000-1500 มิลลิกรัม/วัน
6. ผู้ใหญ่ช่วงอายุ 19-50 ปี  มีความต้องการปริมาณแคลเซียม 800-1000 มิลลิกรัม/วัน
การบริโภค แคลเซียมมากเกินความต้องการของร่างกาย แคลเซียมจะถูกขับออกทางไต


ส่วนประกอบสำคัญใน 1 เม็ดของแคลฟิลล์ 1,000 มิลลิกรัม

-มิลล์ แคลเซี่ยม คอมเพล็กซ์         (Milk Calcium Complex 800 mg.)
-โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลลิน (Sodium Copper Chlorophylin 50 mg.)
-ซิงค์ อะมิโน แอซิด คีเลต         (Zinc Amino Acid Chelate 15 mg.)
-คอปเปอร์ อะมิโน แอซิด คีเลต (Copper Amino Acid Chelate 12 mg.)
-เฟอร์รัส อะมิโน แอซิด คีเลต (Ferrus Amino Acid Chelate 12 mg.)

การรับประทาน วันละ 1-4 เม็ด พร้อมอาหาร
Continue reading...
 

To live healthy Copyright © 2009 Cosmetic Girl Designed by Ipietoon | In Collaboration with FIFA
Girl Illustration Copyrighted to Dapino Colada